ยุทธศาสตร์
เป็นหนึ่งใน 8 ศาสตร์ของภาควิชาชัยภูมิ ที่ อาจารย์ได้เล่าเรียนมาจากพ่อครูพราหมณ์ ป. เลี่ยมเพ็ชรรัตน์ ผู้สืบทอดตำราโหราศาสตร์ และตำราพิชัยสงครามโบราณ หนึ่งในตระกูลอดีตโหรหลวงตั้งแต่ รัชกาลที่ 4 ถึง
รัชกาลที่ 6 และบรรพบุรุษท่านเป็นโหรประจำทหารกองทัพเรือ จวบจนกระทั่งปัจจุบัน ก็ยังเป็นอาจารย์สอนโหราศาสตร์ให้กับกองทัพอากาศเช่นกัน ในภาควิชานี้ ครูบาอาจารย์ท่านว่าไว้มิได้ตกหล่น เพียงแต่ลูกศิษย์ลูกหาจะได้นำไปใช้เพื่อประโยชน์ ในการช่วยเหลือผู้คนมากน้อยเพียงใดนั้น ก็ขึ้นอยู่กับปัญญาของศิษย์แล้ว
ในเรื่องของการวางจุดยุทธศาสตร์นั้นเป็นเคล็ดวิชาชั้นสูงของภาควิชาชัยภูมิศาสตร์ เป็นประหนึ่งเพช็รน้ำเอกของศาสตร์ในการสร้างบ้าน แปลงเมือง และปกป้อง ป้องกันตนเองให้พ้นจากภัยใดๆ ก็ตามที่จะเข้ามาแผ้วพานบ้านของเราท่านทั้งหลาย และการวางจุดยุทธศิสตร์ ยังเป็นเสมือนฟันเฟืองในการสร้างความสำเร็จ ให้กับเราท่านได้อย่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก
เมื่อใดก็ตามที่ท่านต้องการสร้างความสำเร็จให้กับตัวท่านและครอบครัวท่านมักจะนึกถึงการสร้างธุรกิจ หรือการริเริ่มทำกิจการอะไรซักอย่าง เพื่อทำเงิน ทำทองให้กับท่าน ให้ท่านได้มีที่เติบโตและยืนหยัดอยู่บนธุรกิจที่ท่านได้ริเริ่มสร้างขึ้นมานั่นเอง แต่ ร้อยธุรกิจ ที่ ร้อยคนทำ เหตุไฉนจึงไปไม่ถึงฝั่งทั้งร้อยคนเล่า สิ่งใด คือปัจจัยที่ทำให้เกิดความสำเร็จ สิ่งใดที่เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดความ
ล้มเหลว ท่านผู้มีปัญญา ต่างศึกษาค้นคว้ายุทธวิธีในการสร้างความสำเร็จให้แก่กิจการของท่านด้วยกันทั้งสิ้น ไม่ว่าหนังสือเล่มใดที่ว่าดี พากกันค้นหามาอ่านเพื่อประดับความรู้ เพื่อนำมาใช้เป็นหนทางนำพาท่านไปสู่จุดหมาย แม้กระทั่งต้องลงทุนไปศึกษาวิชาเอ็มบีเอ จากทั้งในและต่างประเทศ ก็ต้องลงทุนเพื่อความสำเร็จในชีวิต แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะทำได้ตามที่วิชาว่าไว้ทุกประการ เพราะท่านมิได้ศึกษาวิชาที่ว่าด้วย ดิน และฟ้า หรือจะเรียก
กันง่ายๆ ก็คือ ท่านไม่มีวิชาหยั่งรู้ อนาคต และหยั่งรู้เหตุการณ์ที่จะเกิดกับท่าน และยังไม่มีวิชาที่จะใช้ป้องกันสิ่งไม่ดีที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย 2 สิ่งนี้ เป็นเหตุปัจจัยแฝงที่ท่านไม่ทราบได้จนกว่าจะได้ตรวจสอบดวงชะตาก่อนกระทำการใดๆ
ด้วยในยุคสมัยเปลี่ยนไป คนไม่มีความเชื่อถือวิชาโบราณเหล่านี้ ผู้คนคิดไปว่า เรานั้นเป็นคนยุคใหม่ ไม่เชื่อในเรื่อง งมงายไร้สาระ ชีวิต อยู่ในมือเรา ถ้าเรามุ่งมั่นฟันฝ่า พยายาม เราต้องสำเร็จ ถ้าเรา รู้จริง ถ่องแท้ในธุรกิจ เราต้องประสบความสำเร็จ ใช่ แต่ ท่านหารู้ไม่ว่า วันใด ลูกค้าจะผิดคำพูดกับท่าน หารู้ไม่ว่า วันใดลูกค้าจะบิดพริ้ว
ท่าน ทำให้ท่านเสียโอกาส เสียรายได้มหาศาลโดยฉับพลันทันที ท่านมิได้ตั้งตัวรับ และเตรียมแก้ไขสถานการณ์เป็นแน่แท้ น่นคือจุดหนึ่งที่เป็นเพราะท่านไม่รู้วิชาฟ้า หรือวิชาการดูดวงดาวนั่นเอง
และท่านจะรู้ได้อย่างไรว่าคู่แข่งของท่านกำลังคิดทำอะไรอยู่ในเวลานี้ถ้าท่านดูวิชาฟ้าไม่เป็น ไม่รู้ดวงไม่รู้ดาว ท่านก็จะเพลี่ยงพล้ำตกเป็นรองได้ง่านดาย แบบพลิกฝ่ามือ วิชาฟ้าเป็นวิชาสำคัญอันดับ 1 ที่จะหยั่งรู้จิตใจมนุษย์ว่าคิดแบบไหน จะทำส่งใดต่อไปในเบื้องหน้า และจะสำเร็จ หรือจะล้มเหลว ถ้าทำลงไปแล้ว ดวงดาวเป้นตัวกำหนดชีวิต เป็นเสมือนฟันเฟองของชีวิตที่เกิดมาชีวิตหนึงเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นวิชาฟ้าจึงเป็นวิชาเบื้องตนที่ปราชญ์ในแต่ละยุคแต่ละสมัยขวนขวายศึกษาหาความรู้กันเสมอมา
และวิชาดินเล่าสำคัญอย่างไร วิชาดินหรือวิชาที่ว่า้ด้วยการวางชัยภูมินั้น สำคัญเป็นอันดับ 1 เช่นเดียวกับวิชาฟ้า เพราะเป็นวิชาที่จะสามารถส่งเสริมให้ใครคนใดคนหนึ่ง เจริญรุ่งเรืองจนถึงขีดสุดในชีวิตด้เลยทีเดียว วิชาดินเป็นวิชาที่ว่าด้วยการเลือกชัยภูมิที่ดีในการก่อร่างสร้างตัว ลงหลักปักฐาน ให้เจริญงอกงามดั่งไม้ใญ่แผ่กิ่งก้านสาขา ให้ร่มเงา ออกดอก ออกผลให้แก่ชนรุ่นหลังได้รับความสุขสบาย แต่ถ้าเลือกดินไม่ดี ลงหลักแล้วก็ล้มอยู่ร่ำไป ไม้นั้นก็ไม่อาจเจริญงอกงามยิ่งใหญ่ได้ ก็จะกลายเป็นไม้แคระแกรน หรือเหี่ยวเฉาตายไปก่อนวัยอันควร
2 วิชาที่ว่ามานี้ ต้องใช้งานประสานกันเป็นหนึ่งเดียวจึงจะบรรลุความสำเร็จในการริเริ่มก่อร่างสร้างตัว เอาเป็นว่า พูดกันในภาษาบ้านๆ ก็คือ คุณรู็รึยังว่าตัวตนของคุณเป็นใคร เกิดมาต้องทำสิ่งใเป็นอาชีพ เป็นชีวิต ถ้ารู้แล้ว จะเริ่ม
ทำก็ต้องมาาทำเลที่ดีหาทิศทางที่เหมาะสมกับดวงกับตัวตนของคุณเสียก่อนเพื่อเริ่มก่อร่างสร้างตัวในทำเลที่ได้เลือกไว้แล้ว
การเลือกชัยภูมิเพื่อกำหนดจุดยุทธศาสตร์
หรือการเลือกทำเลที่ดีในการวางชัยภูมิ มีหลักในการเลือก อยู่ 2 หลักใหญ่ๆ ก่อนจะเลือก เราท่านต้องดูความต้องการของท่านเองเสียก่อน ว่าท่านต้องการความเจริญในระดับใด หากท่านเป็นคนมักน้อย พอเพียง ก็ดูแต่ระดับเล็กๆ ก็พอ เช่น ดูในระดับ หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ ฯลฯ แต่ถ้าท่านเป็นคนมักใหญ่ไฝ่สูง อยากสร้างความยิ่งใหญ่ฝากไว้แก่โลก ก็ต้องมาดูกันในระดับทวีปเลยทีเดียว แต่ทั้งนี่ ทั้งนั้น ก็ต้องดูที่ดวงกำเนิดเป็นหลักว่าท่าน กำดวงแบบใดมาเกิด พื้นดวงกำเนิดท่านส่งเสริมให้ท่านไปได้ไกลในระดับใด แล้วค่อยมาว่ากันในการเลือกตำแหน่งแห่งที่เพื่อสร้างความเจริญให้บังเกิดแก่ท่านต่อไป
หลักในการเลือกทำเลจากใหญ่มาเล็ก
เมื่อท่านทราบแล้วว่าท่านคือใคร มีดาวอะไรกุมดวงชะตาท่านอยู่ ท่านจึงมาเริ่มต้นเลือกทำเลทองของท่านกันด้วยการดูว่าทวีปใด เหมาะแก่การลงหลักปักฐานของท่าน เมื่อไปอาศัยอยู่ในทวีปนั้น ท่านจะมีวิถีชีวิต จะดำเนินชีวิจไปในรูปแบบใด จึงต้องใช้หลักวิชาศิลปะศาสตร์เข้าช่วยในการวิเคราะห์ คนของทวีปนั้น ๆ เมื่อเลือกทวีปได้แล้ว ท่านจึงต้องเลือกโซนใดโซนหนึ่งในทวีปนั้นๆ ที่ดีที่สุด ที่ส่งเสริมดวงท่านให้มากที่สุด และลงหลักปักฐาน ณ โซนนั้นของทวีปนั้น ซึ่งจะเป็นประเทศหนึ่งในโซนนั้นๆ แน่นอน เมื่อได้ประเทศมาแล้ว ท่านก็จะต้องมากางแผนที่ แบ่งโซนเพื่อกำหนดจุดของ ภาคที่ท่านต้องการลงหลักปักฐานอีก เมื่อได้ภาคแล้ว ก็ต้องมาเลือก จังหวัดกันว่าจังหวัดใดที่จะเหมาะสมกับการลงหลักปักฐานสร้างความเจริญให้แก่ตัวท่าน และเมื่อได้จังหวัด ก็ต้องเอาแผนที่ของจังหวัดนั้นๆ มาแบ่งโซนแยกออกจากกันเพื่อเลือกโซนที่ดีที่สุด ซึ่งจะเป็นอำเภอใด อำเภอหนึ่งในจังหวัดนั้นแน่นอน ที่ท่านต้องตั้งหลักปักฐาน เพื่อสร้างเนื้อสร้างตัวต่อไป และเมื่อได้อำเภอแล้ว ก็ต้องมาดูลึกลงไปว่าในอำเภอนี้ ตำบลใดถึงจะดีที่สุดแก่ดวงท่าน ในตำบลนี้ หมู่บ้านใดดีที่สุด และในหมู่บ้านนี้ โซน ใดของหมู่บ้านจึงจะดีที่สุดกับตัวท่านและบ้านท่านควรหันหน้าออกไปสู่ ทิศใด จึงจะส่งเสริมดวงท่านมากที่สุด ในการจะลงหลักปักฐานสร้างความเจริญให้กับตัวท่านและครอบครัวต่อไปในภายภาคหน้า
เมื่อนับรวมได้ตามลำดับขั้นดังนี้ ทวีป>ประเทศ>ภาค>จังหวัด>อำเภอ>ตำบล>หมู่บ้าน>โซน>ทิศ
ทั้ง 9 ฟันเฟืองนี้ จะค่อยๆ ทดฟันเฟืองจากใหญ่ไปหาเล็ก หรือจากเล็กไปหาใหญ่ก็ได้ทั้ง 2 ทางเช่นกัน แต่เมื่อทดฟันเฟืองเล็กๆ แค่ ตำบล หมู่บ้าน ความเจริญก็จะเกิดขึ้นในระดับตำบลนั้น หมู่บ้านนั้น แต่ถ้าท่านทดฟันเฟืองใหยใหญ่ขึ้นไปในระดับภูมิภาค หรือระดับประทเศได้ ความเจริญ ความยิ่งใหญ่ก็จะเกิดแก่ท่านในระดับภูมิภาค และระดับประเทศต่อไป นั่นเอง ดังนี้ หลักเกณฑ์หลักการในการเลือกชัยภูมิจึงมีดังที่ว่ามานี้
และเมื่อเลือกที่ตั้งได้แล้ว ก็จะมาถึงขั้นตอนในการวางโครงข่าย วางจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญในลำดับต่อไป สำหรับท่านที่ทำงานในองค์กรณ์ใหญ่ๆ การหาจุดยุทธศาสตร์เพื่อเสริมที่มั่นให้กับตนเองก็เป็นเรื่องสำคัญ ไม่ว่าท่านจะเป็นเจ้าของกิจการ หรือเป็นเพียงพนักงาน การวางจุดยุทธศาสตร์ก็มีความสำคัญต่อทุกฝ่าย เพราะจุดยุทธศาสตร์นี้ จะเป็นตัวช่วยหนุนให้ แต่ละฟันเฟือง แต่ละจักรกล ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในแต่ละองค์กรณ์ แบ่งออกเป็น กรม กอง ฝ่าย แผนก และส่วนต่างๆ ซึ่งในหลักการหาจุดยุทธศาสตร์ เพื่อเสริมอำนาจการทำงานให้กับตัวท่านเองนั้น ก็ไม่ต่างจากการหาชัยภูมิที่ตั้งหลักปักฐานแม้แต่นิดเดียว ดังจะยกตัวอย่างให้เห็นคร่าวๆ ดังนี้
ถ้าท่านเป็นผู้จัดการฝ่ายการเงิน ตำแหน่งที่ท่านควรนั่งทำงาน ก็สมควรเป็นตำแหน่งการเงินขององค์กรณ์นั้นๆ และ นั่งในโซนที่เสริมดวงของท่านให้ได้รับความเจริญในหน้าที่การงานมากที่สุด ถ้าเลือกได้ แต่ถ้าไม่สามารถเลือก โซนที่ดีที่สุดได้ ก็จงนั่งหันหน้าไปในทิศที่เหมาะสมกับดวงของท่าน อย่างน้อยที่สุด ก็จะได้ชัยภูมิที่เสริมดวงหน้าที่การงานให้เจริญรุ่งเรืองขึ้นกว่าเดิม
แต่ถ้าท่านเป็นเจ้าของกิจการ เป็นเจ้าขององค์กรณ์นี้เองแล้วก็ยิ่งต้องวางตำแหน่งหน้าที่ของแต่ละฝ่าย แต่ละแผนกให้ได้ตำแหน่งที่ดีที่สุด เพื่อเสริมกำลังให้ทุกจุด ทุกแผนกทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากที่สุด เมื่อวางตำแหน่งของแต่ละแผนกแล้วจึงวางตัวบุคคลที่จะมาควบคุมในแต่ละแผนกให้เมาะสมกับดวงของบุคคลนั้นๆ และาตำแหน่งที่ดีที่สุดเพื่อเป็นโต๊ะทำงานของหัวหน้าแผนก และ จัดส่วนอื่นๆ ให้กับลูกน้องตามลำดับลงมา
และถ้าเป็นองค์กรณ์ที่ต้องมีการเก็บเิงินสดภายในองค์กรณ์อย่างเช่น ห้างค้าปลีกที่มีอยู่มากมยในทุกวันนี้ ถ้ามีการเปิดจุดยุทธศาสตร์ที่ดี ก็จะนำมาซึ่งการหมุนเวียนเงินเข้าได้อย่างมหาศาล เป็นการเปิดประตูเงินประตูทองที่สำคัญกับธุรกิจเ็นอย่างดีทีเดียว
ความสำคัญและข้อแตกต่างของการเปิดประตูเงิน ประตูทอง
ประตูเงินประตูทองมีวิธีการเปิิด 2 แบบด้วยกันดังนี้
แบบที่ 1 เปิดจากดวงของแต่ละบุคคล ซึ่งจะส่งผลเฉพาะตัวบุคคล เมื่อบุคคลนี้ทำกิจการ หรืออาศัยอยู่ในสถานที่แห่งนี้ บุคคลนั้น จะสามารถสะสมทรัพย์สินเงินทองได้มากยิ่งๆ ขึ้นเมื่อเปิดประตูเงินประตูทองแล้ว
แบบที่ 2 เปิดโดยการวางจุดยุทธศาสตร์ของชัยภูมินั้นๆ ซึ่งให้ผลดีแตกต่างกันออกไป ซึ่งในแบบที่ 2 นั้นเป็นการวางจุดยุทธศาสตร์เพื่อเปิดรับทรัพย์ให้กับสถานที่นั้นๆ ไม่จำเป็นต้องยึดดวงผู้ใดผู้หนึ่ง แต่จะยึดจาก การเปิดทางเข้าเป็นหลัก และค้นหาจุดที่เสริมทรัพย์ในสถานที่นั้นๆ ยังมีเคล็ดลับในการวางจุดยุทธศาสตร์อีกมากที่อาจารย์ไม่อาจจะอธิบายได้ในที่นี้เพราะท่านผู้อ่านที่ไม่ีมีพื้นความ
รู้ด้านโหราศาสตร์ และ ชัยภูมิ มาก่อน อาจจะสับสนได้ อาจารย์จึงได้อธิบายการทำงานกว้างๆ ให้พอเข้าใจ
ว่าวิธีการเบื้องต้นนั้นเป็นอย่างไร