โหราศาสตร์มีประวัติการเกิดอันยาวนานนับศัตรวรรษ ควบคู่มากับอารยธรรมมนุษย์ ทุกอารยธรรมเลยก็ว่าได้ โหราศาสตร์ในยุคสมัยโบราณผูกไว้กับความเชื่อ และเรื่องพระเจ้าสร้างโลกทั้งหลายแหล่
ที่เราท่านเคยได้ยินมาจากหลายๆ วัฒนธรรม เพื่อให้ผู้คนเกิดความยำเเกรง และเชื่อในเรื่องเทพเจ้า ในสิ่งที่มองไม่เห็นแต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไปเรื่องของโหราศาสตร์ในแนวทางที่เน้นความเชื่อได้เกิด
การเสื่อมถอยลงไป และจะเกิดเป็นศาสตร์แแขนงหนึ่งในวิทยาศาสตร์
นั่นคือดาราศาสตร์นั่นเอง ซึ่งบรรพชนเราแต่โบราณกาลมาก็เป็นนักดาราศาสตร์ชาวบ้านชั้นยอด แม้ไม่มีเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างทุกวันนี้ท่านเหล่านั้นก็สามารถคำนวนการเกิดเหตุการณ์บนโลกมนุษย์ได้จาก
การเฝ้ามองดวงดาวอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน จนกลายเป็นการเก็บสถิติที่ดีเยี่ยม และใช้กันมาจนถึงปัจจุบันนี้ทีเดียว
ชัยภูมิ ฮวงจุ้ย เข้ามาเเกี่ยวข้องอันใดกับโหราศาสตร์และการเฝ้ามองดวงดาวอย่างไร นักปราชญ์ในยุคโบราณได้ิคิดค้นวิธีการจำลองดวงดาวไว้ในเทวสถานต่างๆที่าถูกสร้างขึ้นทั่วโลก ในแนวทางของ
แต่ละวัฒนธรรมแต่มีวัตถุประสงค์เดียวกันคือการสร้างเทวสถานขึ้นมาเพื่อจำลองดวงดาวของผู้ที่มีความสำคัญของแต่ละเมืองขึ้นไว้เพื่อเสริมดวงของเจ้าเมืองนั้นๆ หรืออาจจะสร้างไว้เพื่อเป็นการผูก
ดวงของบ้านเมืองนั้นให้เจริญรุ่งเรืองตลอดไป ดังเราจะเห็นได้จากโบราณสถานที่เป็นมรดกโลกต่างๆ ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อโชว์ึความยิ่งใหญ่ของแต่ละอารยธรรมนั้น มักมีการวางแปลนชัยภูมิเอาไว้แล้ว
เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นในยุคใดสมัยใด ในซีกโลกไหนก็ตามดังนั้น วิชาที่ว่าด้วยการสร้างภูมิประเทศให้มีชัยชนะนั้น มารากเหง้ามาตั้งแต่ยุคเริ่มสร้างอารยธรรมเลยก็ว่าได้ เพียงแต่ว่า คนเรามักจะ
ลืมเลือนสิ่งดี ๆ ที่คนรุ่นหลังคิดค้นไว้ให้แล้วเป็นอย่างดี และมักสงวนไว้ใช้เฉพาะนักบวช ชีพราหมณ์ นักโหราศาสตร์ ที่ปรึกษาวางแผนการรบ และสร้างบ้านแปลงเมืองเท่านั้น แต่ในยุคปัจจุบ้น
การรบเพื่อแย่งชิงบ้านเมืองไม่มีต่อไปอีกแล้ว ศาสตร์นี้จึงต้องเปลี่ยนวัตถุประสงค์ในการใช้ออกไป ใช้ให้เกิดการสร้างความเจริญกับประชาชนคนทั่วไป ใช้เพื่อสร้างเศรษฐกิจ ความมั่นคง
มั่งคั่งให้กับผู้คนได้เป็นอย่างดี
ท่านเกิดราศีใดกันแน่
อย่างที่อาจารย์เกริ่นไว้แล้วในหน้าแรกว่าคนเรามีรหัสประจำตัว หรือ รหัสกรรมติดตัวมาทุกคนเมื่อเวลาที่ท่านลืมตามาดูโลกเป็นครั้งแรก เมื่อสูดอากาศหายใจเฮือกแรก นั่นคือชีวิตของท่านได้เริ่มต้นขึ้นแล้วบนโลกใบนี้
และพยาบาลก็จะจดบันทึกไว้ว่าเป็นเวลากี่โมงที่ท่านถือกำเนิด ณ เวลาที่ท่านถือกำเนิดนั้นเป็นเวลาที่ดวงดาวบนท้องฟ้าได้โคจรมาอยู่ในองศาใดของกลุ่มดาวจักราศีท่านก็จะมี ลัคนา เวลากำเนิดในราศีนั้นนั่นเอง แต่ก็ยัง
มีดวงดาวที่อาจจะบังเอิญโคจรเข้ามาในราศีนั้น ในเวลาที่ท่านเกิดพอดิบพอดี ท่านก็จะมีตัวตนที่เป็นพื้นฐานนิสัยจิตใจของดาวดวงนั้นๆ ที่มาครองในราศีนั้นที่ท่านถือกำเนิดด้วย

ซื่งอาจารย์ก็มีชาร์ตเวลาเกิดคร่าวๆ ให้ท่านได้เช็คกันว่าในช่วงเวลานั้นๆ ของเดือนท่านเกิดในราศีใดกันแน่ลองมาดูกันนะคะ เมื่อทราบแล้วว่าท่านถือกำเนิดในราศีใด ให้ท่านลองอ่านในหัวข้อทายนิสัยตามราศีดู
อาจเป็นราศีเกิดของท่าน หรือ อาจมีความคลาดเคลื่อน ก่อนหน้า และถอยหลังไปได้ ภายในไม่เกิน 1 ราศีค่ะ ลองเช็กจากราศีใกล้เคียงดูว่านิสัยแบบใดที่เหมือนตัวตนของท่านมาอกที่สุด โดยที่ยังไม่ต้องคำนึงถึงดวง
ดาวใดๆ ที่มาสถิตย์ในราศีนั้นๆหรือไม่ค่ะ
ทีนี้เราก็พอทราบกันแล้วนะคะว่าแท้จริงแล้วท่านเกิดในราศีใดกันแน่ ลองเข้าไปเช็คดวงดูนะคะว่าเป็นตามที่ราศีเวลาเกิดบ่งบอกตัวตนของท่านหรือไม่
ความหมายของดวงดาว และสัญลักษณ์แทนดวงดาว
เราท่านมักจะรู้จักกันดีตั้งแต่ยังเป็นเด็กว่า วันจันทร์สีเหลือ วันอังคารสีชมพู วันพุธสีเขียว เด็กๆ มักท่องจำเป็นนกแก้ว นกขุนทอง แต่มิได้เข้าใจความหมายที่ถ่องแท้ว่าทำไมวันจันทร์ต้องสีเหลือง ก็แ่ท่องจำกันไป
ตามีตามเกิด แต่วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจกันให้มากขึ้นในความหมายของวัน ความหมายของดวงดาว และสีต่างๆที่ใช้แทนค่าแทนความหมายของดวงดาว ดังต่อไปนี้ค่ะ
ดาวอาทิตย์ ๑ สีแดง ความร้อนแรง ความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน การอนทนมุมานะ ทำมาหากินจนเติบใหญ่ความพากเพียรพยายาม ความเป็นคนไฟแรงนี่เอง จึงได้สีของเปลวไฟที่แผดเผาในห้วงจักรวาลมาครอบรอง
ตำแหน่งแห่งความแดงแรงโชดช่งชัชวาลย์
ดาวจันทร์ ๒ สีเหลืองนวล ความอ่อนหวาน อ่อนช้อย เอาใจใส่ ดูแล ครอบครัว ผู้หญิง แม่ ความโอนอ่อนผ่อน ตาม เชื่อคนง่าย คล้อยตามง่าย หูเบา คิดทำอะไรต้องทำทีละอย่าง สมองซีกเดียว เหมือนจันทร์ครึ่งเสี้ยว เว้าแหว่ง
ไม่เต็มใบ
ดาวอังาร ๓ สีชมพู ความกล้า ความขยัน ความแข็งแรง เก่งการกีฬา กล้าแสดงออก กวนโทสะ ชอบเย้าแหย่ ชอบอาสา รักเพื่อน ขี้ใจน้อย เชื่อคำหวาน ไม่ชอบคนพูดดุด่า พูดดีๆ อยากได้อะไรทำให้ถวายหัว เป็นดาวแห่ง
เครื่องเพศ ความลุ่มหลง ติดยา ติดผู้หญิง คิดเพื่อน และดาวอังคารก็มีสีอมแดง อมชมพู อยู่ในตัวมันเองจึงได้ใช้สีชมพู แทนดวงอังคาร ผู้กล้า และผู้ขยัน วันนี้ใครใส่เสื้อสีชมพูไปทำงาน จะขยันเป็นพิเศษ นั่งไม่ติดโต๊ะ
ทำงานแน่นอนค่ะ
ดาวพุธ ๔ สีเขียว ดาวแห่งสติปัญญา ช่างพูด ช่างคิด ชอบคิดอะไรเป็นกำไร ขาดทุนเสมอๆ ไม่คุ้มไม่ทำ ฉลาดทำกิน ชอบค้าขาย เกร็งกำไร ขยันหากิน รักครอบครัว ชอบคนที่เชื่อฟังคำสั่งตนเท่านั้น เลี้ยงคนได้ทั้งครอบครัว
ถ้าอยู่ในโอวาทตน สีเขียวนั้นมาจากสัญลักษณ์ของน้ำนิ่ง น้ำบ่อ ลำธาร และป่าเขาละเนาไพร ความอุดมสมบูรณ์ ความเขียว ชะอุ่มนั่นเอง สีเขียวจึงเป็นสีแห่งความสมบูร์และร่ำรวยเงินทองทรัพย์สฤงคาญ
ดาวพฤหัส ๕ สีส้ม ดาวแห่งคุณธรรมและการเรียนรู้ ชอบเรียนชอบรู้ ชอบอ่านหนังสือตำหรับตำรา ท่องจำขึ้นใจ ชอบเข้าหาผู้หลักผู้ใหญ่ ไปที่แห่งหนตำบลใดผู้ใหญ่เมตตา ได้รับการช่วยเหลือให้ได้สืบทอด วิชาความรู้ดีๆ
เสมอ ผู้ใหญ่รัก ไว้วางใจให้รับผิดชอบงานการที่มอบหมายสีส้ม เป็นนัยแห่งสัญลักษณ์ของแผ่นดิน เปลือกไม้ สีอิฐ ดินเผา และตัวของดาวพฤหัสฯ เองก็มีสีส้มแสด ผสมแดง ผสมเหลือง ดั่งที่เราท่านได้เห็นกันในห้วงอวกาศ
และสีส้มในโลกมนุษย์ยังเป็นสีแทนจีวรพระ เครื่องนุ่งห่มของฤาษี จึงเป็นสัญลักษณ์แห่งสติปัญญา และผู้ทรงคุณธรรม ผู้มีญาณบารมี และมีเมตตาธรรม
ดาวศุกร์ สีฟ้า ๖ ดาวแห่งความรัก อารมณ์สุนทรีย์ ความสุข การเงิน เป็นนักรัก นักวางแผนหาเงินเก่ง นักคิดโปรเจ็กโครงการ วางฝัน จินตนาการ ชอบศิลปะ ความสวยหรู ความสะดวกสบาย ไม่ชอบความลำบาก ดูเหมือนคน
อมโรคอยู่เสมอๆ บอบบาง น่าทะนุถนอม น่ารัก น่าใใคร่ ตาดวงหวานเยิ้ม หยดย้อย ดาวศูกร์เป็นดาวที่มีความสว่างสดใสในตัว เราจึงมีอีกชื่อี่กเรียกกันติดปากคนไทยว่าดาวประกายพรึก ความสุกสดใสของดาวพระศุกร์เป็น
เสมือนสาวน้อยแสนหวานที่ดูน่ารักท่าทะนุถนอม น่ารักน่าใคร่เป็นอย่างยิ่ง และความสดใสนั้นก็เปรียบเสมือนท้องฟ้าและผืนน้ำที่ใสดั่งกระจกส่อง ดังน้น สีที่เป็นสัญลักษณ์ของดาวพระศุกรจึงหนีไม่พ้นสีฟ้า หรือสีใสของ
กระจก หรือเงาสะท้อนในน้ำนั่นเอง และสีเงิน หรือโลหะที่เป็นเงินมันวาวทั้งหมด
ดาวเสาร์ สีม่วง ๗ ดวงดาวแห่งความเหนื่อย ยาก ทุกข์ ลำบากทั้งกายและใจ เป็นคนเก่ง กล้า สามารถ มีความรับผิดชอบสูง อดทนอดกลั้นเป็นเลิส รับผิดชอบงานหนักๆ เสี่ยงๆ ได้ รักเกียรติย์ รักศักดิ์ศรี รักเพื่อน รักพ้อง
รักลูกหลาน บริวาร สีม่วงเป็นสีที่มีความลึกลับ เศร้าหม่นหมองอยู่ในที เหมือนสีช้ำเลือด ช้ำหนอง ตอนโดนของหนักตีหรือกระแทกใส่ สีม่วงจึงเป็นนิยามของความทุกข์ ความเจ็บปวดแสนสาหัส เป็นสีของผู้ผมทุกข์ จึง
มักมีคนเรียกสีม่วงว่าสีแม่ม่ายนั่นเอง
ดาวราหู สีเงิน ๘ เป็นดวงดาวที่เดินย้อนหลังไม่เหมือนใคร และเป็นตัวแทนแห่งดาวโลกของเรานี่เอง จึงมีความแปลกแตกต่างจากดาวดวงอื่นๆ เป็นอย่างมาก และมีความปั่นป่วนวุ่นวายในตัวมันเสมอ บางครั้งให้โชคให้
เคราะห์รุนแรงแบบชนิดไม่ทันตั้งตัว เป็นตัวแทรกกลางในทุกๆ เรื่องให้เกิดความปั่นป่วน และมีสัญลักษณของสีเป็นสีฟ้าน้ำเงินเข้ม สีกรมท่า หรือสีเงินเทา นั่นเอง
ดาวเกตุ สีทอง ๙ เป็นดาวแห่งบุญความสำเร็จเพียงนึกคิดก็เป็นจริงได้ดั่งใจปราถนา เป็นดาวแห่งจินตนาการวาดฝันสิ่งแปลกใหม่ให้กับมวลมนุษย์ เป็นดาวแห่งผู้มีบุญหนุนส่งเดินทางได้รอบโลกถ้าอยากจะไปเป็น
สัญลักษณ์ของสีเหลืองทอง เพราะสีทองเป็นสีแห่งความสุข และความมีกุศลอยู่ในตัว เมื่อใดนึกถึงวัดวาอาราม ก็จะเห็นสีทองอร่ามจากการประดับประดารอบๆวัด และองค์พระก็มักนิยมทำเป็นองค์สีทอง สีสทอง
เป็นสีแห่งความบริสุทธิ สีแห่งพุทธิปัญญา
ดาวมฤตยู สีดำ ๐ เป็นดาวแห่งความวังเวง วิเวก อึมครึม และหลุมดำในห้่วงอวกาศ มักดูดกลืนทุกสิ่งทุกอย่างที่ดีให้กลายเป็นเสียหายหมดสิ้น แต่กลับตรงกันข้ามของเสียไปกลับคืนดังดี เป็นดาวกลับตาลปัฏ อาเพท
ยิ่งใหญ่ ใหญ่โต อำนาจลึกลับดำมือ จึงได้สีดำเป็นสัญลักษณ์ไปโดยปริยาย